เมื่อวันที่ 24-25 ธันวาคมที่ผ่านมามีปรากฎการณ์คลื่นลมแรงพัดเข้าใส่ชายฝั่งภาคตะวันออกของประเทศไทย กระทบ 7 จังหวัด คือจังหวัดชุมพร ประจวบคีรีขันธ์ นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี สงขลา จันทบุรี และปัตตานี (http://www.komchadluek.net/detail/20111227/118843/) ปภ.สรุปความเสียหายคลื่นยักษ์ถล่ม7จ.ภาคใต้.html คลื่นดังกล่าวมีความสูง 3-5 เมตร แตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ ในบางพื้นที่รายงานว่ารุนแรงที่สุดใน 50 ปี (อ.หลังสวน จ.ชุมพร, http://www.dailynews.co.th/thailand/4666) ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลต่อความเป็นอยู่และการประกอบอาชีพของประชาชนและแหล่งท่องเที่ยวต่างๆตลอดแนวชายฝั่ง ข่าวรายงานว่า สาเหตุนั้นเกิดจากลมมรสุมกำลังแรงพัดเข้ามาทางภาคใต้ฝั่งตะวันออก ทำให้เกิดคลื่นขนาดใหญ่พัดเข้าหาชายฝั่ง
แม้ว่าคลื่นยักษ์จะเพิ่งมีให้เห็นเด่นชัดตอนนี้ แต่ว่าปัญหาที่เกี่ยวข้องกับชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกนั้นมีมานานแล้ว ซึ่งก็คือปัญหาชายฝั่งถูกกัดเซาะของชายฝั่ง ที่เกิดขึ้นจากทั้งปัจจัยในธรรมชาติ คือ คลื่นลม ร่วมกับผลจากการกระทำของมนุษย์เราที่ทำลายแนวปะการัง (ซึ่งเป็นผลต่อเนื่องมาจากการประมงและเรื่องคุณภาพน้ำ) และป่าชายเลน (จากการใช้พื้นที่สำหรับอุตสาหกรรมและนากุ้ง) ที่จะช่วยลดแรงของคลื่นที่จะซัดเข้าหาฝั่ง
คุณประสาท มีแต้ม เคยเขียนบทความลงในผู้จัดการเมื่อเดือนมิถุนายน 2554 ไถ่ถามถึงพรรคการเมืองว่าพรรคใดบ้างจะมีนโยบายแก้ปัญหานี้ พร้อมทั้งชี้ให้เป็นประเด็นว่า การสร้างโครงสร้างถาวรขึ้นบริเวณชายฝั่งแบบไม่ดูธรรมชาติของการไหลของน้ำนั้น สร้างปัญหาการกัดเซาะอย่างยิ่ง ซึ่งคุณประสาทชี้ประเด็นว่า รัฐบาลและผู้รับผิดชอบไม่รู้หรือแกล้งไม่รู้เพื่อผลานงบเล่นกันแน่ (http://www.manager.co.th/daily/ViewNews.aspx?NewsID=9540000068519) ตรงนี้ก็คงแสดงความเห็นกันได้ยากนะครับ แต่อย่างน้อยสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ณ ขณะนี้ และข่าวต่างๆก็ทำให้เห็นว่า ไม่น่าจะมีความใส่ใจจริงจังในการแก้ปัญหานี้ตั้งแต่ต้นสักเท่าไหร่ Continue reading
