ความเห็นต่อมติกรรมการบริหาร มธ. กรณีไม่อนุญาตให้ใช้พื้นที่เคลื่อนไหวกรณีมาตรา 112

อ.สมคิด เลิศไพฑูรย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้โพสต์ใน status ของอาจารย์รายงานผลการประชุมกรรมการบริหารมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ว่า

ที่ประชุมกรรมการบริหารมหาลัยธรรมศาสตร์ซึ่งประกอบด้วยคณบดี ผู้อำนวยการสำนักสถาบันมีมติเอกฉันท์ว่ามหาลัยคณะสำนักสถาบันจะไม่อนุญาตให้ใช้พื้นที่มหาลัยเพื่อเคลื่อนไหวกรณีมาตรา 112 อีกต่อไป เพราะมหาลัยเป็นสถานที่ราชการ การอนุญาตต่อไปอาจทำให้คนเข้าใจผิดว่าเป็นการดำเนีนการของมหาลัยหรือมหาลัยเห็นด้วยกับการดำเนินการดังกล่าวข้างต้น อีกทั้งอาจนำมาซึ่งความขัดแย้งอย่างรุนแรงภายในบริเวณมหาลัย จนมหาลัยไม่อาจดูแลความปลอดภัยของบุคคลและทรัพย์สินของมหาลัยได้”

ผมขอบันทึกความคิดเห็นของผมที่โพสต์ตอบใน status ของ แบบที่ edit แล้วไว้ในบล๊อกนี้เพื่อแสดงความคิดเห็นอีกทางหนึ่งครับ

“ไม่เห็นด้วยครับ

การแสดงความคิดเห็นที่มีเหตุมีผลและมีพื้นฐานมาจากความรู้/หลักวิชาการนั้น แม้สังคมเห็นว่าผิด หรือรัฐไม่สนับสนุน มหาวิทยาลัยก็ยังควรจะเป็นพื้นที่เปิดให้ความคิดเห็นเหล่านี้ได้ถูกนำเสนอและถกเถียงอย่างมีเหตุมีผล ไม่ใช่ปิดพื้นที่นี้อีก

ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งกับอาจารย์กิตติศักดิ์ และแนวคำพิพากษาของรัฐธรรมนูญเยอรมันที่อาจารย์ได้เขียนไว้ในบทความนี้ครับ http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1327760753

“การโต้แย้ง ตำหนิ กล่าวร้าย ประณาม ยกยอ โฆษณาชวนเชื่อ ล้วนเป็นการแสดงความคิดเห็น ซึ่งแม้เราไม่เห็นด้วยเลย หรืออยากคัดค้านเต็มที่ เราก็มีหน้าที่ช่วยคุ้มครองรักษาเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นนี้ไว้ แต่ต้องตระหนักด้วยว่าเสรีภาพชนิดนี้ย่อมมีได้เพียงเท่าที่เป็นการจูงใจผู้อื่นเท่านั้น เมื่อใดที่การแสดงข้อความ หรือการแสดงความคิดเห็นเป็นไปในลักษณะข่มขู่ บังคับ ข่มขืนใจผู้อื่นไม่ว่าโดยทางกายภาพ หรือโดยทางจิตวิทยา การแสดงออกเช่นนั้นย่อมเป็นไปโดยไม่สงบ เป็นการประทุษร้ายต่อเสรีภาพของผู้อื่น และย่อมพ้นจากขอบเขตแห่งเสรีภาพตามความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ” (จากแนวคำพิพากษาศาลรัฐธรรมนูญเยอรมัน – BVerfGE 7, 198, 15 Jan. 1958)

สิ่งที่มหาวิทยาลัยไม่ควรสนับสนุนคือ การแสดงความคิดเห็นในลักษณะข่มขู่ บังคับขืนใจผู้อื่นในทางกายภาพหรือจิตวิทยาครับ ไม่ใช่การแสดงความคิดเห็นที่เป็นเหตุเป็นผลบนพื้นฐานหลักวิชาอย่างนี้

หากจะมีความขัดแย้งรุนแรงเกิดขึ้นในมหาวิทยาลัย เป็นเรื่องที่มหาวิทยาลัยจะ “ต้อง” เป็นธุระในการประสานงานกับตำรวจหรือกระทั่งรัฐบาล หรือกระทั่งองค์กรระหว่างประเทศเพื่อคุ้มครองสิทธิ์ในการแสดงความคิดเห็นที่มุ่งประโยชน์ต่อสังคม (แต่ขัดใจเรา/และสังคมบางส่วน) ถ้าคนจะเข้าใจผิดก็เป็นธุระของมหาวิทยาลัยที่จะต้องประกาศชี้แจ้งจุดยืนและหลักการของมหาวิทยาลัยเช่นกัน

แม้ว่าทรัพย์สินและบุคคลเป็นสิ่งที่มหาวิทยาลัยต้องดูแล แต่มหาวิทยาลัยโดยเฉพาะมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ควรจะต้องเป็นป้อมปราการทางวิชาการมากกว่า คือ ใช้ความรู้ทางวิชาการในการพัฒนาสังคม ในขณะเดียวกันก็ควรจะต้องคุ้มครองการนำเสนอความคิดเห็นที่มีเหตุมีผลด้วยเช่นกัน ไม่ใช่ว่าตัดสินใจดำเนินการตามการกดดันของสังคมอย่างนี้น่ะครับ

เรารู้กันดีอยู่ว่าการใช้กระแสสังคมกดดัน โดยไม่ใช้เหตุผลหรือกระทั่งฟังว่าคนอื่นพูดอะไรอยู่ไม่ทำให้สังคมพัฒนาไปทางไหนนอกจากกลายเป็นสังคมที่เก็บกดและไม่พัฒนา

โดยสรุปคือผมยอมรับการตัดสินใจ แต่ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งครับ และเห็นว่า ด้วยหลักคิดแบบนี้กรรมการบริหารชุดนี้ควรจะไปบริหารหน่วยงานราชการอื่นที่ไม่ใช่มหาวิทยาลัยมากกว่า”

Advertisement

2 thoughts on “ความเห็นต่อมติกรรมการบริหาร มธ. กรณีไม่อนุญาตให้ใช้พื้นที่เคลื่อนไหวกรณีมาตรา 112

  1. สำหรับมหาวิทยาลัยที่ไม่อนุญาตให้พ่อค้าแม่ค้าหาบเร่เข้ามาขายของในบริเวณมหาวิทยาลัย (นี่เป็นสถานการณ์เมื่อสิบปีที่แล้วสมัยผมเรียนอยู่ที่นั่นและเราต้องต่อสู้กันมากกับผู้บริหาร-ไม่รู้ว่าสมัยนี้เป็นยังไงแล้ว) เรายังจะสามารถหวังให้สถาบันที่รักของเราเป็นพื้นที่ที่ให้คนเข้ามาแสดงความคิดเห็นหรือต่อสู้ทางความคิดได้ที่เสี่ยงต่อความขัดแย้งอยู่ได้หรือไม่ เป็นความท้าทายอย่างยิ่ง

    • นั่นสิครับ ผมยังคิดว่า กรณีไม่ให้พ่อค้าแม่ค้าหาบเร่เข้ามาขายของผมว่าก็เรื่องหนึ่ง แต่เรื่องการแสดงความคิดเห็นนี่มันเรื่องสำคัญในฐานะ “มหาวิทยาลัย” มากเลยครับ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Connecting to %s